ปัจจุบันคุณสมบัติหลักที่คอนซูเมอร์พิจารณาในการซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ก็คือ “จอ-กล้อง-แบตเตอรี่” จอที่ดีช่วยให้การแสดงผลคมชัดขึ้น โดยเฉพาะการรับชมความบันเทิงต่างๆ อย่างเช่น วิดีโอสตรีมมิ่งที่ตอนนี้ผลิตในรูปแบบความคมชัดสูงแล้ว นอกจากนี้ ยังต้องสอดรับกับความคมชัดของกล้องที่ความละเอียดถึง 108 ล้านพิกเซลหรือสามารถซูมในระยะไกลได้ถึง 100 เท่าก็มี และสุดท้ายก็คือแบตเตอรี่ที่ต้องอึด สามารถรองรับการใช้งานสมาร์ทโฟนได้ยาวนาน โดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน
หลังๆ เราจะเห็นผู้ผลิตเริ่มนำลูกเล่นใหม่ๆ หาความเป็นเอกลักษณ์เข้ามาเป็นจุดขายมากขึ้น เช่น สมาร์ทโฟนแบบฝาพับจอโค้ง ซึ่งสำหรับคุณกวงมองว่า เป็นเพียงลูกเล่นสีสันของวงการโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เพราะมีราคาสูงมาก ตกเครื่องละ 40,000-70,000 บาท หรือบางรุ่นราคาพุ่งไปถึงเกือบแสน
แต่ถ้ามองการพัฒนาหลังจากนี้ คงต้องพูดถึงอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งไม่จำกัดเพียงสมาร์ทโฟน แต่รวมไปถึง connected device ต่างๆ ซึ่ง ณ วันนี้ ก็ผู้ผลิตรายหลายเปิดตัวโทรศัพท์ที่รองรับ 5G แล้ว แต่ราคายังค่อนข้างสูงจากเนื่องจากชิ้นส่วนที่ใช้ในการประมวลผล (chipset) ยังมีราคาแพง ต้องอาศัย Economy of Scale ซึ่งใช้เวลาในการทำให้เกิดการ adoption ขึ้นในระดับ mass
อีกประเด็นในแง่ของการพัฒนาที่น่าสนใจ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี 5G ก็คือ อุปกรณ์ IoT โดยฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับ “สุขภาพ” คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด เช่น นาฬิกาข้อมือแบบสมาร์ทวอทช์ ที่สามารถช่วยวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือดได้ หรือแม้แต่การวัดความดันเลือดได้