กิ๊งกล่าวเสริมว่า ในสังคม เรามักเห็นการถกเถียงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะด้วยการตัดสินแบบภววิสัย (Subjectivity) ของคนที่ผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้ที่ต่างกัน แต่จะมีกว่าไหม ถ้ามนุษย์สามารถคิด วิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างชัดเจน และคำตอบนั้นก็คือ “ข้อมูล” ทว่าการแสดงข้อมูลโดดๆ อาจไม่สามารถดึงดูดผู้คนได้ ทำให้เกิดแนวคิด “การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล” หรือ Data storytelling บนโลกขึ้น โดยนำเทคนิค Data visualization เข้ามาเปลี่ยนข้อมูลที่ดูยากและซับซ้อนมาเปลี่ยนเป็นภาพให้เข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วในวงการ data มีการทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ใหม่คือ เราจะโฟกัสที่ “การสื่อสาร”
ด้วยเหตุนี้ ทำให้กระบวนการในการทำงานก็ต่างกันไป โดยจะเริ่มจากการตั้งคำถาม คิดประเด็นว่าเราต้องอยากรู้เรื่องอะไร ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ต้องกำหนดกรอบการศึกษาและการทำงานว่าครอบคลุมมากน้อยอย่างไร
เมื่อกำหนดกรอบการทำงานเรียบร้อยแล้ว ทีมก็จะเริ่มลงรายละเอียดการทำงานเกี่ยวกับข้อมูล ตัวอย่างเช่น จะเก็บข้อมูลอย่างไร จะทำอย่างไรให้ได้ข้อมูลที่พร้อมกับการวิเคราะห์ (data cleansing) สุดท้ายก็จะถึงขั้นตอนการออกแบบการสื่อสารว่าจะใช้วิธีการใดในการสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมายของแต่ละชิ้นงาน
“ในองค์กรต่างๆ อาจมีชุดข้อมูลที่หลากหลายพอต่อการทำงานภายใน แต่ชุดข้อมูลเหล่านั้น อาจไม่สามารถนำมาทำ data storytelling ได้ เพราะชุดข้อมูลนั้นอาจไม่เพียงพอที่จะเล่าเรื่องได้อย่างมีมิติ ดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้” ฝ้ายกล่าวเสริม