คุณคิดว่าข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือสามารถทำอะไรได้บ้าง?
ในช่วงที่ผ่านมา นักวิจัยกลุ่มหนึ่งจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เทเลนอร์ ศูนย์วิจัยด้านมาลาเรียแห่งบังคลาเทศ และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมมือกันวิจัยหารูปแบบการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาในโรคมาลาเรีย โดยอาศัยข้อมูลจากการใช้โทรศัพท์มือถือ ข้อมูลเชิงระบาดวิทยาและข้อมูลทางพันธุศาสตร์รวมกัน ซึ่งจะทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขสามารถเข้าใจรูปแบบการแพร่กระจายและการกลายพันธุ์ของเชื้อดื้อยาโรคมาลาเรีย
ซึ่งการดื้อยาของเชื้อมาลาเรียเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขและในการควบคุมโรคมาลาเรีย ส่วนหนึ่งเกิดจากความหลากหลายทางพันธุกรรมของเชื้อมาลาเรียตามธรรมชาติ ทำให้การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรียเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้ป่วยจากเชื้อมาลาเรียปีละกว่า 200 ล้านคนและมีผู้เสียชีวิตราว 400,000 คน ซึ่งนั่นทำให้โรคมาลาเรียเป็นโรคที่มีความท้าทายอันดับต้นๆ ของนักสาธารณสุข
ปัจจุบันเหลือยาเพียง 1 ชนิดเท่านั้นที่มีความสามารถในการรักษาโรคมาลาเรีย แต่ปัจจุบันพบว่า ในกัมพูชามีเชื้อดื้อยาชนิดเกิดขึ้นและถูกแพร่กระจายแล้วในบางส่วนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการเดินทางของผู้เดินทาง
ทั้งนี้ ในเฟสแรกของการวิจัย ดำเนินงานในประเทศบังคลาเทศโดยใช้ข้อมูลแบบไม่เฉพาะเจาะจง (Anonymized data) ของ Grameenphone ผู้ให้บริการมือถือในบังคลาเทศ

เจฟฟรี่ แคนไรท์ นักวิจัยของเทเลนอร์รีเสิร์ช บอกว่า การติดตามและทำนายรูปแบบการแพร่กระจายของเชื้อมาลาเรียได้ จะช่วยให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขหาวิธีจัดการและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ เช่น การดักตาข่ายป้องกันยุงและการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งนี่ถือเป็นอีกวิธีการในการนำข้อมูล Big data มาใช้ทางด้านสังคม
ซึ่งในระหว่างการศึกษา พบว่าสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อมาลาเรียได้อย่างมีนัยสำคัญ จากจำนวนผู้ติดเชื้อ 2,090 ราย สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงทีถึง 1,412 ราย

บังคลาเทศได้รับเลือกเป็นประเทศแรกที่ใช้ในการวิจัย เนื่องจากศูนย์กลางทางด้านภูมิศาสตร์ระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่นของโลก
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยเรื่องการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในปากีสถาน ซึ่งดำเนินการศึกษาในปี 2013 โดยสามารถหารูปแบบการแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์ของเชื้อไข้เลือกออกได้อย่างแม่นยำและทำนายว่าพื้นที่ใดจะเป็นเพียงที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้อย่างทันท่วงที ซึ่งทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขออกมาตรการในการป้องกันและลดการติดเชื้อไข้เลือดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวกับประเทศไทยนั้น ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและคาดว่าจะได้รับการตีพิมพ์ในไตรมาส 3 ของปีนี้